ไม่เอาเปรียบคนไข้ “รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน” ไม่เอาเปรียบคนไข้ “รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน”
232Visitors | [2020-02-05] 

ไม่เอาเปรียบคนไข้ “รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน” ปลุกปั้นโรงพยาบาลรักษาเต้านมนิสัยดี 


"ก็เพราะคลุกคลีอยู่ในแวดวงการรักษาโรคเต้านมมากว่า 2 ทศวรรษ โดยได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดและรักษามะเร็งเต้านมระดับท็อปของประเทศ เมื่อ “รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน” คิดจะก่อตั้งโรงพยาบาล เฉพาะทางด้านเต้านม ภายใต้ชื่อ “นมะรักษ์” จึงตั้งปณิธานว่าจะต้องเป็นโรงพยาบาลที่เป็นมิตรกับคนไข้อย่างแท้จริง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนชั้นกลางที่อยากรักษากับหมอเก่งๆที่มีความเชี่ยวชาญเทียบเท่าโรงเรียนแพทย์ แต่ไม่มีเวลาต่อคิวยาวเหยียดในโรงพยาบาลรัฐ ขณะเดียวกันก็สู้ราคาแพงหูฉี่ของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ไม่ได้"



“หลังรับราชการอยู่ในภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาเกือบ 20 ปี หมอเริ่มคิดว่าเราอยากเป็นนายตัวเอง ใช้ความชำนาญที่มีมาทำธุรกิจโรงพยาบาลดีๆ มีธรรมาภิบาล เป็นโรงพยาบาลในฝันทั้งของคนทำงานและผู้ป่วยที่มีอยู่จริง จึงมาจับเข่าคุยกับเพื่อนหมอรุ่นเดียวกันคือ หมอบั๊ก “นพ.วลัญช์ วิไลหงษ์” และน้องเบน “เภสัชกรอรอนงค์ สวัสดิ์พาณิชย์” ว่าจะทำกิจการอะไรดี ที่ทำให้ชีวิตในครึ่งหลังมั่นคง เตรียมเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณค่า โดยจะต้องเป็นกิจการที่เราถนัด ไม่เอาเปรียบใคร สร้างประโยชน์ให้สังคมได้ แม้จะเป็นภาคเอกชน พวกเรานัดคุยกันครั้งแรกเมื่อปลายปี 2559 จากที่คิดจะทำคลินิกเล็กๆ ก็กลายเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเต้านมขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราถนัดมากที่สุด และเป็นสเกลที่พอจะทำได้ด้วยต้นทุนที่พวกเรามีกัน ตอนนั้นมองเห็นแนวโน้มทางธุรกิจแล้วว่า ต่อไปจะมีการแข่งขันรุนแรงมาก เพราะสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะมีโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ต้องมีการแย่งชิงบุคลากรทางการแพทย์ และคนไข้”...คุณหมอเยาวนุชบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของนมะรักษ์

วงการนี้แข่งขันขับเคี่ยวรุนแรงมาก ทำไมกล้าลงทุนเปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านเต้านม

มีคนพยายามเตือนว่า เราพวกทุนน้อยสู้ไม่ได้หรอก อย่าคิดทำเลย เหนื่อยเปล่า ก้มหน้าทำงานแบบเดิมไปเถอะ มั่นคงกว่า ตอนนั้นกลับมานั่งคิดกันต่อว่าจะสู้ หรือจะถอย แต่สิ่งที่เราเห็นตรงกันคือ ยังมีช่องว่างอีกเยอะในตลาดสุขภาพเอกชน ซึ่งมีแนวโน้มที่ราคาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจะแพงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งคนชั้นกลางรับมือลำบาก จะไปโรงพยาบาลรัฐก็คิวยาว คนไข้หนาแน่นมาก ขณะเดียวกัน ถ้าให้ไปโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ๆก็สู้ราคาไม่ไหว หากเป็นโรคร้ายแรงยิ่งหาทางออกยาก โดยเฉพาะในรายคนไข้ที่เป็นพนักงานบริษัท คงลางานลำบาก ถ้าเลือกรักษาโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งคิวยาวเหยียด และต้องเทียวไปมาหลายรอบกว่าจะรักษาจบ

หน้าใหม่อย่าง “นมะรักษ์” จะสู้กับโรงพยาบาลใหญ่ๆได้อย่างไร